ฟรี ร้านค้า ออนไลน์ 35.175.191.72 : 15-11-19 15:30:03   
หน้าแรก siam-shop.com ค้นหาร้านค้าสมาชิก
ชื่อสินค้า  
Siam-Shop.com
    หมวดสินค้าของเรา            
  
Untitled Document
 
โน๊ตเพลง
โทรศัพท์&อุปกรณ์เสริม
โต๊ะ เก้าอี้
โชว์ การแสดง
เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
เครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องประดับ
อุปกรณ์และของใช้ในบ้าน
อุปกรณ์ เครื่องเขียน แบบเรียน
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อินเตอร์เนต
สินค้า หรือ บริการทั่วไป
สัตว์เลี้ยง
รถยนต์ ประดับยนต์
รถ รถตู้ให้เช่า
ประกันภัย&ประกันชีวิต
บ้าน
ท่องเที่ยว
ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ตุ๊กตา&ของเล่น
จักรยาน&จักรยานยนต์
คอมพิวเตอร์
ความงามและสุขภาพ
ก่อสร้าง
กวดวิชา ติวเตอร์ ฝึกอบรม
กระเป๋า
Notebook

Tag / คำค้น

  แสดงสินค้าทั้งหมด


  สปอนเซอร์ของเรา
   
   
   
กระดานถามตอบของร้าน ร้าน Siam-Shop.com หน้าแรกของร้าน
 

2025 : ฮุนเซนจัดองครักษ์ คุ้มกันเข้ม แม้วถึงเขมรแล้ว  
 
รบ.พล่านอ้างสนธิสัญญา จี้กัมพูชาส่งตัวกลับไทย ขอไทมส์ส่งเทปทักษิณ พิสูจน์ใครบิดเบือนแน่ เพื่อไทยซัดแผนจัดฉาก


เข้าเขมร - นายกฯฮุนเซน พร้อมครอบครัวจัดเลี้ยงต้อนรับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เดินทางมาถึงกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 พ.ย. มีนายสมชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ไปร่วมงานด้วย


แม้วถึงกัมพูชาแล้ว นั่งเครื่องบินส่วนตัวลง จอดสนามบินทหารกรุง พนมเปญ ฮุนเซนส่งทีมองครักษ์อารักขาเข้ม โฆษกรัฐบาลกัมพูชาระบุ อดีตผู้นำไทยจะพำนักอยู่แค่ 2-3 วัน ยืนยันไม่ส่งตัวกลับให้ไทยแน่นอน บัวแก้วเร่งประสานอัยการ ทำหนังสือถึงทางการเขมร ปฏิบัติตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ส.ส.เพื่อไทยทยอยเข้าคิวเยี่ยมนายใหญ่ แฉรัฐบาลร่วมมือสื่อต่างประเทศ จัดฉากใส่ร้ายทักษิณ หมิ่นสถาบันเบื้องสูง สาทิตย์ทำหนังสือถึงไทมส์ ขอ เทปสัมภาษณ์อดีตนายกฯ พิสูจน์ใครบิด เบือนกันแน่ ผบ.เหล่าทัพระบุทักษิณ กระทำการมิบังควร ครม.ไฟเขียวยกเลิกเอ็มโอยูไทย-กัม พูชา รอเข้าสภาอีกรอบ กทม.สั่งระงับทำสัญญาเมืองพี่น้องกับพนมเปญแล้ว

มาร์คเครียด-งานเข้าอื้อ

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาประชุมครม. ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกล่าวกับสื่อมวลชนว่า ช่วงนี้เครียด เมื่อถามว่าเครียดจากเรื่องอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เครียดเพราะช่วงนี้เวลามีน้อย แต่วาระมีเยอะ ทั้งนี้ หลังประชุมครม. นายอภิสิทธิ์ จะเข้าร่วมประชุมร่วมรัฐสภา และเวลา 11.00 น. เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมพิธีศพมารดาของนางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกฯ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงบทสัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในไทมส์ออนไลน์ ที่มีลักษณะจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ว่า เป็นการกระทำที่มิบังควรและทำร้ายจิตใจคนไทยมาก ไม่สามารถทนทานได้ในสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณพูด ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศต้องชี้แจงเพื่อปกป้องสถาบันที่เคารพรักของคนไทย และให้ชาวโลกรู้ความจริงว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ 1.ชี้แจงให้สื่อต่างประเทศเข้าใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณ พูดเพื่อตัวเองโดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง 2.รัฐบาลต้องดูว่ามีหน ทางใดที่จะย้ำให้คนรู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณไปอยู่กัมพูชาโดยจะไปตั้งหลักทำร้ายประเทศไทย สำหรับข้อกฎหมายที่จะดำเนินการกับพ.ต.ท. ทักษิณต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

จ้องลากแม้วกลับประเทศ

ส่วนข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศกัมพูชานั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ติดตามข่าวอยู่ ไม่ทราบจริงๆ ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะไปไหนมาไหน เดาใจไม่ได้ เพราะเขาทำอะไรที่คนไทย ธรรมดาไม่คิดจะทำ แต่หากพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้ากัมพูชาจริง ก็มีขั้นตอนตามกฎหมายระหว่างประเทศดำเนินการอยู่แล้ว มีวิธีปฏิบัติทางการทูต รมว.ต่างประเทศเตรียมการไว้เรียบ ร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามจากท่าทีของพ.ต.ท. ทักษิณที่แสดงออกอย่างต่อเนื่อง น่าจะตั้งใจใช้พื้นที่กัมพูชาเป็นฐานที่มั่นดำเนินการกับประเทศไทย ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต้องจับตาต่อไป สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณทำเป็นลักษณะเตรียมการที่เป็นผลร้ายกับไทยแน่นอน ทั้งนี้ หากพ.ต.ท.ทักษิณเข้าไปที่กัมพูชา ทางอัยการสูงสุดและตำรวจต้องยื่นขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนทันทีที่รู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีถิ่นที่พักแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท. ทักษิณ เกี่ยวข้องกับการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองจะพิจารณาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ หรือไม่ นาย สุเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ที่พ.ต.ท. ทักษิณให้สัมภาษณ์ไทมส์ออนไลน์ เห็นชัดเจนว่ามุ่งเป้าที่ผลประโยชน์ของตัวเองชัดเจน อะไรก็ได้ขอให้ได้ผลประโยชน์ของตัวเองคืนมา ส่วนที่กรมสอบ สวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะพิจารณากรณีการให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท. ทักษิณทางไทมส์ออนไลน์เป็นคดีพิเศษนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานไปก่อน

ครม.ไฟเขียวเลิกเอ็มโอยู

ต่อมาเวลา 11.20 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุม ครม.ว่า กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปถึงกัมพูชา ก็จะทำหนังสือขอตัวมาตามสนธิสัญญา ซึ่งหน่วยงานดำเนินการอยู่ ส่วนที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอยกเลิกบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยูพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชานั้น ครม.เห็นชอบให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการ แต่จะยกเลิกได้ต่อเมื่อสภาเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวเป็นเรื่องการเจรจาที่มีผลเกี่ยวกับเขตแดนรวมอยู่ด้วย เมื่อจะยกเลิกต้องใช้แนวทางเดียวกัน

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องแจ้งให้กัมพูชาทราบถึงการยกเลิกนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กัมพูชาทราบอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา เราก็จะชี้แจง ขณะนี้ฝ่ายกัมพูชาให้ข่าวทำให้คนสับสนมาก พูดถึงบันทึกข้อตกลงต่างๆ รวมถึงเรื่องพรม แดนซึ่งรัฐบาลไทยไม่ได้ดำเนินการอะไร อยากให้ช่วยกันให้ข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินการมีอะไรบ้าง ทุกอย่างอยู่บนเหตุผลของความเปลี่ยนแปลงจากการแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาเป็นหลัก

ส่วนการเดินทางไปกัมพูชาของพ.ต.ท. ทักษิณ จะทำให้ทุกอย่างยุ่งยากมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากที่กัมพูชาแสดงเจตนาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไทยก็ดำเนินการตามขั้นตอนของเราไป

พร้อมยกระดับการตอบโต้

ต่อข้อถามว่าหากรัฐบาลกัมพูชาไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา จะมีมาตรการอย่างไร นายกฯกล่าวว่า เมื่อสิ่งที่กัมพูชาทำกระทบต่อความสัมพันธ์ในเรื่องใด เราจะทบทวนตามความเหมาะสม เช่น การตั้งอดีตนายกฯเป็นที่ปรึกษา เราต้องมาดูเรื่องตัวบันทึกข้อตกลง ผมเร่งให้หน่วยงานทำหนังสือไป แต่เราไม่ทราบว่าตัวคุณทักษิณจะอยู่ที่ไหน นานเท่าไหร่ ถามย้ำว่าถ้ากัมพูชาไม่ยอมส่งตัวอดีตนายกฯมาจริงจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เอาไว้ให้ถึงเวลา ของอย่างนี้เราไม่พูดล่วงหน้า เมื่อถามว่าจะยกระดับมาตรการขึ้นอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องรอดูว่าเขาจะทำอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้กัมพูชาดำเนินการอย่างไร ความสัมพันธ์จึงจะกลับมาเหมือนเดิม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กัมพูชาต้องคิดว่าทำให้เกิดสถานการณ์ที่มีผลประโยชน์ขัดกันขึ้นมาอย่างนี้ เรื่องการเจรจาก็ต้องมาตั้งต้นใหม่หมดเพื่ออะไร และการแสดงท่าทีวิจารณ์กระบวน การยุติธรรมของไทยเหมาะสมหรือไม่ ก็มีแค่นี้ และคิดง่ายๆ ย้อนกลับไป 3 สัปดาห์ ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี เมื่อถามว่าต้องให้กัมพูชาขอโทษไทยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องให้เขาได้พิจารณา อย่าไปพูด เดี๋ยวจะหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีไทมส์ออน ไลน์ลงคำสัมภาษณ์ของอดีตนายกฯ ที่พาดพิงสถาบันเบื้องสูง ว่า กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือชี้แจงไปแล้ว และมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณา

ทำหนังสือขอตัวทัน12พ.ย.

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.มีมติให้กระทรวงการต่างประเทศ ยุติบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา และให้ทำข้อสรุปมาเสนอต่อ ครม. จากนั้นจะส่งสภาขอ กรอบใหม่ และแจ้งให้กัมพูชาทราบ สาเหตุการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขคือ การแต่งตั้งพ.ต.ท. ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อตกลงอย่างลึกซึ้ง ส่วนความสัมพันธ์ด้านอื่นยังดีอยู่ เช่น เรื่องการค้า เรายืนยันดำเนินการตามข้อตกลงเดิม ไม่คิดจะปิดพรมแดน ส่วนข้อตกลงอื่น กระทรวงการต่างประเทศจะพิจารณา แต่วันนี้ครม.รับทราบฉบับปี 2544

นายปณิธาน กล่าวว่า ที่ประชุมครม. ไม่มีการรายงานข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงกัมพูชาแล้ว และไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการไว้แล้ว หากกระทรวงการต่างประเทศยืนยันชัดเจนว่าอดีตนายกฯ เดินทางเข้ากัมพูชา อัยการฝ่ายคดีต่างประเทศจะเดินเรื่องขอให้กระทรวงการต่างประเทศเสนอขอตัวกลับ แต่ขึ้นอยู่กับกัมพูชาจะพิจารณาต่อไป ส่วนจะส่งหนังสือขอตัวทันวันที่ 12 พ.ย.หรือไม่นั้น น่าจะทัน เพราะไม่เกิน 1-2 วันก็ส่งหนังสือไปได้ ขึ้นอยู่กับการยืนยันสถานที่อยู่ ส่วนกัมพูชาจะร่วมมือแค่ไหน เป็นเรื่องพันธกรณีนานาชาติในเรื่องข้อตกลงตามสนธิสัญญา ซึ่งนานาชาติเฝ้าสังเกตอยู่ว่าไทยและกัมพูชาจะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้หรือไม่

ยอมรับว่ายากแต่จะพยายาม

เมื่อถามว่าได้พิจารณาถึงบันทึกข้อตกลงอื่นๆ ด้วยหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศจะไปดูข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศซึ่งมีอีกหลายฉบับ เนื่องจากเงื่อนไขเปลี่ยนไป และความร่วมมือในหลายกรณีคืบหน้าน้อย ต้องดูว่าเงื่อนไขใหม่ที่เกิดขึ้นคืออะไรและความคืบหน้าในความสัมพันธ์ต่างๆ มีอะไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการทำหนังสือถึงทูตานุทูตประเทศต่างๆ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ เป็นการกดดันพ.ต.ท.ทักษิณและกัมพูชาหรือไม่ นาย ปณิธาน กล่าวว่า จะทำทุกทางเท่าที่ทำได้ ขณะนี้ได้แนะนำเจ้าหน้าที่ตามพรมแดนให้ชี้แจงตามข้อเท็จจริง ไม่ต้องตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่เราคาดหวังจากนานาประเทศคือต้องการให้มีความร่วมมือตามกฎหมาย และยึดหลักเหตุผล อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นซับซ้อน แต่รัฐบาลต้องปิดช่องโหว่ และสื่อสารกับประเทศนั้นๆ ให้มากขึ้น แต่ไม่ขอเปิดเผยว่ามีประเทศใดบ้าง บอกได้ว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะหาที่อยู่ชัดเจนของ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร นายปณิธาน กล่าวยอม รับว่า ยาก แต่จะพยายาม พ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวเปิดเผยมากขึ้นและเริ่มประชิดไทยมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลไทยต้องพยายามต่อไป อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมครม.ไม่ได้พูดถึงการเอาผิดกรณี พ.ต.ท. ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ไทมส์ออนไลน์ หมิ่นสถาบันเบื้องสูง

เลิกเอ็มโอยูต้องเข้าสภา

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมครม. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เสนอครม.เห็นชอบให้ยกเลิกเอ็มโอยู ระหว่าง 2 ประเทศ โดยชี้แจงเหตุผลว่า เนื่องจากทำขึ้นในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ แต่ขณะนี้รัฐบาลกัมพูชาตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษา อีกทั้งเนื้อหาหลักในเอ็มโอยูมี 2 เรื่องคือ 1.เรื่องการแบ่งผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน 2.การจัดสรรเรื่องพื้นที่ แต่กัมพูชาเจรจาเพียงเรื่องเดียวคือการแบ่งผลประโยชน์ ส่วนอีกเรื่องกลับไม่พูดถึง

ทั้งนี้ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้แจงต่อที่ประชุมว่า อะไรที่เอาเข้าไปให้สภาเห็นชอบ เวลาขอยกเลิกต้องเสนอสภาให้ความเห็นชอบเหมือนกัน นายกฯ จึงกำชับว่าต้องระวังในการออกมติครม. อย่างไรก็ตาม ท้ายที่ สุดครม.เห็นชอบในหลักการ ตามข้อเสนอของกระทรวงการต่างประเทศที่ขอยกเลิกเอ็มโอยู โดยให้กระทรวงการต่างประเทศไปดูช่องทางที่ถูกต้องว่าจะทำอย่างไรต่อไป ก่อนนำเสนอเข้าสู่สภา

ช่วงท้ายนายกฯ ขอความร่วมมือรัฐมนตรีช่วยทำความเข้าใจ ว่าก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ราบรื่นและคืบหน้าในการทำสนธิสัญญาหลายเรื่อง ทั้งในส่วนกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม แต่ความสัมพันธ์เสื่อม ทรามลงหลังจากรัฐบาลกัมพูชาตั้งพ.ต.ท. ทักษิณเป็นที่ปรึกษา นอกจากนี้ยังกำชับรัฐมน ตรีห้ามพูดถึงการปิดพรมแดนเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกรงจะส่งผลกระทบรุนแรงตามมา แต่ให้ตรวจสอบคนที่นำเงินเข้าไปเล่นในบ่อนการพนันฝั่งปอยเปตให้เข้มงวดขึ้น

ขอเทปสัมภาษณ์จากไทมส์

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำ สำนักนายกฯ กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับไทมส์ออนไลน์ว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ตนหารือกับนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ว่าจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไทมส์ออนไลน์ เพราะกระทบต่อสถาบันเบื้องสูงและความรู้สึกคนไทย ซึ่งเอกอัคร ราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ชี้แจงแล้วและจะส่งหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการไปอีกครั้ง

กรณีพ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่าไทมส์บิดเบือน ผมทำหนังสือไปยังไทมส์เพื่อขอเทปบันทึกเสียงคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าว ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพื่อพิสูจน์ว่าฝ่ายใดบิดเบือน หากได้เทปเสียงมาพิสูจน์จะรู้เจตนาของคนพูดว่าต้องการอะไรกันแน่ ส่วนจะเข้าข่ายความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือกฎหมายความมั่นคงหรือไม่ ต้องให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ แต่ทุกคนที่เห็นข้อความคิดเหมือนกันหมดว่าไม่เหมาะสม เข้าข่ายจาบจ้วง นายสาทิตย์ กล่าว

นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ครม.อนุมัติให้ยกเลิกบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยูกับกัมพูชา ที่ทำเมื่อปี 2544 สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ส่วนการยกเลิกเป็นไปตามขั้นตอนตามรัฐธรรม นูญ มาตรา 190

กลุ่ม40ส.ว.แจ้งจับกราวรูด

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้ากัมพูชาว่า รัฐบาลต้องขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน ส่วนที่มีการปลุกกระแสให้คนกัมพูชาเกลียดคนไทย นายชวน กล่าวว่า เป็นเรื่องของเขา แต่หลักของเราคือให้ความจริง เพราะเชื่อว่ามีข้อมูลบางอย่างที่ทั้งสมเด็จฮุนเซน และกัมพูชายังได้ไม่ครบถ้วน เพราะเราไม่รู้ว่าพล.อ. ชวลิตไปพูดอย่างไร อย่าว่าแต่กัมพูชา คนไทยอาจได้ข้อมูลไม่ครบถ้วนว่าปัญหาของพ.ต.ท. ทักษิณคืออะไร บางคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องการ เมือง แต่ความจริงเป็นเรื่องคดี ดังนั้น รัฐบาลควรให้ข้อมูลแพร่หลายให้คนในและนอกประเทศทราบ เพื่อให้เข้าใจ

นายสมชาย แสวงการ พร้อมด้วยนายวรินทร์ เทียมจรัส แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. พล.ท. นันทเดช เนตรสวัสดิ์ และพล.อ.สมเจตน์ บุญ ถนอม ตัวแทนกลุ่มสยามสามัคคี เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ให้ดำเนินคดีอาญาในฐานความผิดหมิ่นเบื้องสูงกับพ.ต.ท.ทักษิณ และนายริชาร์ด ลอยด์แพร์รี่ บรรณาธิการภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก นิตยสารไทมส์ และเว็บไซต์ไทมส์ออนไลน์ นอกจากนี้ยังแจ้งความดำเนินคดีกับนายใจ อึ๊งภากรณ์ อดีตอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเว็บไซต์ เรดสยาม ในความผิดฐานเดียวกัน พร้อมนำสำเนาข้อความให้สัมภาษณ์ ข้อความของเว็บไซต์ไทมส์ ออนไลน์ และเรดสยาม เป็นหลักฐานมอบให้พนักงานสอบสวน ขณะที่พนักงานสอบสวนรับเรื่องดังกล่าวไว้ พร้อมเสนอให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาเรื่องดังกล่าว เนื่อง จากเป็นคดีละเอียดอ่อน

แม้วถึงเขมร-คุ้มกันเข้ม

สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯไทย พร้อมคณะผู้ติดตาม นั่งเครื่องบินส่วนตัวเดินทางถึงสนามบินทหารกรุงพนมเปญ และเดินลงจากเครื่องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยมีกลุ่มบอดี้การ์ดหรือองครักษ์ของนายฮุนเซน นายกฯกัมพูชา คอยคุ้มกันอารักขาอย่างเข้มงวด พร้อมกับพาขบวนรถยนต์ของพ.ต.ท.ทักษิณมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองพนมเปญ

นายไพ สีพัน โฆษกประจำคณะรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงว่า นายกฯฮุนเซนจะจัดเลี้ยงรับ รองอาหารกลางวันให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ เนื่อง จากผู้นำทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันมาก และ พ.ต.ท.ทักษิณจะพักอยู่ในกัมพูชา 2-3 วัน เพื่อปฏิบัติภารกิจกล่าวปาฐกถาให้กับนักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจชาวกัมพูชาประมาณ 300 คน

ท่านทักษิณมาเพื่องานบรรยายทางวิชาการเท่านั้น เชื่อว่าท่านคงจะไม่ทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองที่นี่ นายไพ กล่าว

ด้านนายกอย กวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาจะไม่ส่ง ตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับไปดำเนินคดีในประเทศไทย และไม่สนใจจะส่งกลับด้วย เพราะในประเด็นนี้รัฐบาลแถลงไปแล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเหยื่อทางการเมือง

อ้อนสื่อขอความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงประเทศกัมพูชา ได้เขียนข้อความลงในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า วันนี้ผมมาถึงพนม เปญแล้วครับ คิดถึงบ้านมาก คืนนี้จะพบและรับประทานอาหารกับครอบครัวท่านฮุนเซน ขอย้ำครับว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่ในใจตลอด

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังตอบคำถามแฟนคลับที่แนะนำให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ว่า สำคัญถูกปิดสื่อครับ ต้องวิงวอนสื่อช่วยให้ความเป็นธรรมผมบ้างครับ ผมคนไทยนะครับ อย่างน้อยผมเคยทำประโยชน์ให้สังคม ขอความเป็นธรรมผมบ้าง ขอบคุณครับ มันคงไม่มีอะไรแย่กว่าที่เคยโดนมาแล้ว เพียงแต่อยากให้สื่อและทุกฝ่ายเป็นกลางและเป็นธรรม บ้านเมืองจะได้คืนสู่ภาวะปกติ

เมื่อมีผู้ถามถึงเรื่องเอสเอ็มเอสที่หยุดให้บริการหลังเปิดใช้ได้เพียง 2 วัน พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า โดนรัฐบาลขู่ บริษัทกลัว กำลังรอปรับเทคโนโลยีใหม่ เร็วๆ นี้ให้บริการตามเดิม นอก จากนี้ยังเขียนข้อความว่า อากาศดีครับ แต่ยังไม่ได้ไปไหนเลย ต้องเตรียมพูดวิทยุและพบกับครอบครัวท่านฮุนเซน

ลูก3คนทวีตให้กำลังใจพ่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานลูกๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้ง 3 คนยังเขียนข้อความให้กำลังใจด้วย โดยนายพานทองแท้ ชินวัตร ระบุว่า เชื่อมั่นในตัวคุณพ่อเสมอ พ่อไม่เคยคิดร้ายกับใคร พยายามทำหลายอย่างที่ดีๆ เพื่อคนไทย เป็นกำลังใจให้พ่อครับ ถ้าคนไทยไม่ถูกปิดกั้นข่าวสาร และมีโอกาสได้อ่านบทความที่พ่อให้สัมภาษณ์ทั้งหมด จะรู้ความจริงและรู้ว่าพ่อและครอบครัวของเรามีความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีความรักชาติเหมือนกับคนไทยทั้งแผ่นดิน พ.ต.ท.ทักษิณตอบกลับว่า ใช่แล้วลูก รัฐบาลนี้กลัวความจริง ปิดกั้นข่าวสารทุกรูปแบบเหมือนปิดประตูตีแมว สื่อก็เชื่อจนไม่รู้ว่าอุดมการณ์ไปไหนหมดโดยเฉพาะทีวี

ขณะที่น.ส.พินทองทา ทวีตข้อความให้กำลังใจเป็นภาษาอังกฤษ บอกว่าสู้ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่อุปสรรคอีกด่านหนึ่ง พร้อมกันนี้ยังทวีตข้อความถึงแฟนคลับด้วยว่า ขอให้ดูที่ความตั้งใจของพ่อ ไม่ใช่การพาดหัวข่าวที่เกินจริง ส่วนน.ส.แพทองธาร ระบุว่า รักพ่อ ลูกรู้ดีถึงความจงรักภักดีของพ่อที่มีต่อในหลวงของเรา ประเทศชาติและคนไทย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น อย่าพยายามเปลี่ยน..ขอร้อง พ.ต.ท. ทักษิณตอบลูกสาวทั้ง 2 คนว่า ขอบใจนะจ๊ะลูกรัก พ่อหงุดหงิดและเอือมระอาสื่อต่างประเทศมาก

จิ๋วไม่ให้มองเขมรเป็นศัตรู

ที่พรรคเพื่อไทย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ถึงสาเหตุที่สมเด็จฮุนเซน ตั้งพ.ต.ท. ทักษิณเป็นที่ปรึกษา ว่า ไม่ทราบสมเด็จฮุนเซนคิดอย่างไร แต่เท่าที่มองเห็นเป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่ดีเท่านั้น เมื่อถามว่าคิดอย่างไรที่คนไทยมองว่าไปอยู่ข้างศัตรูของชาติอย่างกัมพูชา พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ตลอดชีวิตตนทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ สร้างมิตรภาพกับประเทศต่างๆ นี่คือสิ่งที่ทำงาน และเป็นหัวใจที่จะพิจารณาคนๆ หนึ่งว่ามีเป้าหมายอะไรในอนาคต ต้องดูอดีตและไม่เข้าใจว่าทำไมไปเห็นว่าเขาเป็นศัตรู แต่หากมองอย่างนั้นจริงๆ ต้องถามนายอภิสิทธิ์ ว่าเหตุใดจึงมองเช่นนั้น

เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่กองทหารของทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากัน การไปให้คำปรึกษากับกัมพูชาเท่ากับเป็นศัตรูของไทย พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ใครบอกว่าตนให้คำปรึกษากัมพูชา แต่ไปบอกว่าการเผชิญหน้ามันไม่ดี เขาก็เห็นด้วยกับการถอนกำลังทหารออกมา และให้ดำเนินการไปตามวิธีปกติของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ และคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่าเข้าไปยุ่ง

ต่อข้อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะไปอยู่กัมพูชานานหรือไม่ และมองอย่างไรกับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คน พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่ทราบว่าจะอยู่กัมพูชานานหรือไม่ ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน สมเด็จฮุนเซนเป็นเพื่อนที่น่ารักมาก ตนยังอิจฉาและอยากมีเพื่อนอย่างนี้บ้าง

ท้ารบ.เรตติ้งสูงรีบยุบสภา

ส่วนการขอให้กัมพูชาส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน พล.อ. ชวลิต กล่าวว่า ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดในข้อกฎหมาย แต่กรณีนายซกเยือน ที่สมเด็จฮุนเซน ทำเรื่องขอตัวกลับไปดำเนินคดีในกัมพูชา โดยระบุเป็นอาชญากร ไทยพิจารณาแล้วยังไม่ส่งตัวกลับไปเลย ที่พูดไม่ได้ปกป้องสมเด็จฮุนเซน แต่อยากให้มองอย่างเข้าใจ มองกันอย่างมิตรเท่านั้นก็จบ

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับรัฐบาลปัจจุบัน พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า อยากให้นายกฯ ยุบสภาวันพรุ่งนี้ เพราะตอนนี้เรตติ้งรัฐบาลสูง อยากให้ยุบเสีย หากยุบหลังจากนี้เรื่องใหญ่จะเกิด แล้วจะแก้ปัญหายากขึ้น รัฐบาลมีปัญหาใหญ่อยู่แล้วเรื่องเศรษฐกิจ และการช่วยเหลือประชาชนจากความยากจน

เมื่อถามว่าถือว่าปัญหาของพ.ต.ท.ทักษิณ คือปัญหาทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมก็คือเรื่องการเมือง หรือการปฏิวัติที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องการเมือง ดังนั้นควรพอได้แล้ว ไม่ควรมีปฏิวัติอีกแล้ว ที่ผ่านมาตนเป็นผบ. ทบ.มีอำนาจในมือก็ไม่เคยคิดปฏิวัติ และยังต่อต้านการปฏิวัติมาแล้วถึง 2 ครั้ง สุดท้ายผลการปฏิวัติได้อะไร นอกจากรัฐธรรมนูญเพิ่มอีก 1 ฉบับ ซึ่งเรามีมา 18 ฉบับแล้ว ควรพอได้แล้ว

ไม่รู้ทำอะไรขัดแย้งกับป๋า

เมื่อถามว่าการเข้ามาพรรคเพื่อไทยพร้อมเป็นหัวหน้าพรรคและนายกฯหลังเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ตนกลับมาสู่การเมืองโดยมุ่งแก้ไขปัญหาประเทศชาติที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้แก้ไข ปัญหาสำคัญคือความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งระหว่างคนในประเทศ ปัญหาภาคใต้ แรกเริ่มคิดจะเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ไม่คิดเป็นผู้บริหารพรรค แต่เมื่อคนในพรรคสนับสนุนก็ยินดี แต่ไม่คิดจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือนายกฯ จะมาแก้ปัญหาแค่ 1 ปีหรือ 1 ปีครึ่งเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์กับพล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ. ชวลิต กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ ว่าไปทำอะไรขัดแย้งกับท่าน อยากให้ช่วยถามท่านแล้วมาบอกตนที แต่ตนเชื่อในความจงรักภักดีในชาติและราชบัลลังก์ของพล.อ.เปรม เคยทำงานร่วมกันมานาน

เมื่อถามว่าการประกาศจะสร้างความสมาน ฉันท์ในชาติจะมีแนวทางอย่างไร พล.อ. ชวลิต กล่าวว่า ปัญหาไม่ได้เกิดในช่วงเวลานี้เท่านั้น แต่เกิดยาวนานกว่า 77 ปี มีการจับปืนเข้าป่าต่อสู้กันเป็นสงครามกลางเมือง ต่อมาเกิดความขัดแย้งกันอีก ประชาชนแบ่งเป็น 2 ฝ่าย มีเหลือง-แดง การแก้ไขคือทำให้เป็นประชา ธิปไตยที่แท้จริง ทำให้ความแตกต่างทางสังคมน้อยลง ความแตกแยกก็น้อยลง หน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าไปยุ่ง มันก็จบ ให้เป็นอำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง

ซัดรัฐบาล-สื่อผู้ดีจัดฉาก

ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัด ส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลใช้วิธีเดียวกับคมช. ที่พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยเลขาธิ การ คมช. จ้างนายเชียรช่วง กัลยาณมิตร ทำงบประชาสัมพันธ์เป็นเอกสารลับทำลายความน่าเชื่อถือพ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่กรณีสมเด็จฮุนเซน ตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษา รัฐบาลได้ใช้วิธีเดินเกมปลุกลัทธิชาตินิยมคลั่งชาติ รวมทั้งใช้ผลเอแบคโพลแสดงถึงความนิยมของนายอภิสิทธิ์ ที่สูงขึ้นถึง 3 เท่า ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารเอแบคโพลสอบสวน รวมทั้งแจก แจงข้อมูลดิบว่ามีความเป็นมาอย่างไร เพราะเชื่อว่าเป็นโพลที่จ้องทำลายพ.ต.ท.ทักษิณ และหากมีคะแนนนิยมถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ขอท้านายอภิสิทธิ์ทำไมไม่ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ที่ไม่ยุบสภาเพราะรู้ว่าเป็นผลโพลหลอกใช่หรือไม่

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีไทมส์ออนไลน์ลงข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นการลงข่าวบิดเบือน มีการดำเนินการจากคน 2 คน คนแรกเป็นสามีส.ส.พรรครัฐบาล ที่เป็นประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง อีกคนคือโทรโข่งรัฐบาลที่ไปวางแผนถึงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกากับสื่อ มวลชนคนนั้นก่อนการสัมภาษณ์ จึงขอเรียกร้องให้ไทมส์สอบสวนสื่อมวลชนที่สัมภาษณ์ พ.ต.ท. ทักษิณที่จงใจบิดเบือน และสอดรับกับกรณีกัมพูชา ทำให้เข้าใจได้ว่ามีการเซ็ตอัพ จัดฉาก รวมทั้งนายกษิตที่รับลูกเรื่องนี้ทันที ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณโดนใช้เป็นเหยื่อเพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวจากการทำงานของรัฐบาล

ส.ส.เพื่อไทยแห่ไปหาแม้ว

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. เชียง ใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงบทสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในไทมส์ออนไลน์ว่า พรรคประชาธิปัตย์น่าจะเป็นผู้บิดเบือนเรื่องนี้ เพราะรู้ดีกับไทมส์ออนไลน์เนื่องจากเป็นของอังกฤษ นายอภิสิทธิ์เรียนจบจากที่นั่น และเว็บไซต์ดังกล่าวเคยลงรูปสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ คำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ อาจถูกบิดเบือนเนื่องจากฟังไม่เข้าใจแล้วแปลความผิด จึงเข้าทางพรรคประชาธิปัตย์นำมาเป็นประเด็นการเมือง ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้รัฐบาลกัมพูชานั้น พ.ต.ท.ทักษิณไม่ทำร้ายประเทศไทยแน่ แต่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต เพราะถ้ากัมพูชาเศรษฐกิจดีขึ้นจะมาซื้อสินค้าไทยมากขึ้น

ไปหาว่าท่านทรยศชาติได้อย่างไร ตัว อย่างสมเด็จพระนเรศวรถูกพม่าจับตัวไปเลี้ยง และไปเรียนวิชาพม่า สุดท้ายก็กลับมากู้ประเทศ ทำไมไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้บ้าง คิดแต่ว่าอดีตนายกฯจะทรยศชาติ บ้าหรือเปล่า ผมจะไปหาท่านวันพรุ่งนี้(11 พ.ย.) แต่ทราบว่ามีส.ส.บางคนเดินทางไปวันนี้แล้ว นายสุรพงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยรวมทั้งสมาชิกบ้านเลขที่ 111 บางส่วนไม่เห็นด้วยที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไปรับตำแหน่งที่ปรึกษาให้รัฐบาลกัมพูชา นายสุรพงษ์กล่าวว่า นานาจิตตัง ส่วนผลโพล ตนไม่เคยให้ความเชื่อถือเพราะผิดพลาดเสมอ เช่น เลือกตั้ง 23 ธ.ค.2550 ระบุพรรคพลังประชาชนจะได้คะแนนน้อย แต่ปรากฏว่าได้เสียงข้างมากจนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

รุมอัดไทมส์พาดหัวบิดเบือน

ที่รัฐสภา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า คำให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไทมส์ออนไลน์นำมาเผยแพร่ การพาดหัวข่าวถูกบิดเบือนจนน่าตกใจ หากดูรายละเอียดเนื้อหาจะพบว่ามีแต่การแสดงความเทิดทูนสถาบันและเชื้อพระวงศ์ ปกป้องให้อยู่เหนือการเมือง อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท. ทักษิณยังไม่ได้ปรึกษาทีมกฎหมายเพื่อฟ้องร้อง เพราะไม่ต้องการกระพือเรื่องนี้ออกไปอีก เพียงแต่ต้องการให้ไทมส์ออนไลน์ทำความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวให้ดี ทั้งนี้ตนพูดคุยกับพ.ต.ท. ทักษิณแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณไม่สบายใจที่พาดหัวข่าวไม่ตรงกับที่ให้สัมภาษณ์

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคและพ.ต.ท.ทักษิณ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ส่วนข้อความในไทมส์ออนไลน์ เป็นเพียงการพาดหัวข่าวให้หวือหวาทั้งที่เนื้อหาไม่ได้เป็นเช่นนั้น จึงอยากขอความเป็นธรรม เพราะถ้าอ่านทุกประโยคจะพบว่าไม่มีตรงไหนน่าคลางแคลงใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่จงรักภักดี

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำ ภู พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมากัมพูชาว่า พรรคได้พูดคุยและประเมิน สถาน การณ์ ยอมรับว่าพรรคไม่สบายใจ ประกอบกับนายกษิต ด่วนสรุปว่าพ.ต.ท. ทักษิณหมิ่นสถาบันนั้น พรรคยิ่งไม่สบายใจไปใหญ่ ยืนยันพ.ต.ท. ทักษิณไม่เคยคิดล้มสถาบัน อย่าใช้วิกฤตนี้สร้างความเสียหายระหว่างประเทศ

กทม.ระงับจับมือพนมเปญ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กทม.ระงับการลงนามทำสัญญาเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด ไม่ได้เป็นเพราะรัฐบาลขัดแย้งกับรัฐบาลกัมพูชาในประเด็นการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หรือการปักปันเขตแดนที่ยังมีปัญหาอยู่ แต่เป็นเพราะตนไม่มีเวลาเดินทางไป และการร่างสัญญาดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ ยอมรับว่ารู้จักสมเด็จฮุนเซน สมัยตนเป็นรมช.ต่างประเทศในรัฐบาลประชาธิปัตย์

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน แถลงการประชุมสุด ยอดอาเซียน-สหรัฐ ครั้งที่ 1 ที่สิงคโปร์ วันที่ 15 พ.ย.ว่า ผู้นำอาเซียนทุกประเทศและประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ พร้อมเข้าประชุม มีประธานร่วมคือประธานาธิบดีโอบามา และนายอภิสิทธิ์ในฐานะประธานอาเซียน ที่จะปฏิบัติหน้าที่นี้เป็นงานสุดท้าย ประธานร่วมพูดคนละ 2 ครั้ง ผู้นำอื่นพูดคนละ 1 ครั้ง ครั้งละ 6 นาที ประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะหยิบ ยกมาหารือได้แก่ อาวุธนิวเคลียร์ ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน การให้ความช่วยเหลือประเทศอาเซียนที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไข้หวัด 2009

เมื่อถามว่าสหรัฐสนใจประเด็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเป็นพิเศษหรือไม่ นายวิทวัสกล่าวว่าสหรัฐคงไม่หยิบยกประเด็นนี้มาหารือ อาเซียนมีกลไกทวิภาคีเพื่อแก้ไขความขัดแย้งอยู่แล้ว ชัดเจนว่าจะยกเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องทวิภาคีและเป็นเรื่องภายใน ไม่ใช่ภูมิภาค อีกทั้งผู้นำแต่ละคนมีเวลาจำกัด ไม่มีเวทีเฉพาะผู้นำอาเซียน 10 ประเทศด้วยกันเองอีกด้วย

กองทัพฮึ่มแม้วมิบังควร

เวลา 09.00 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานประชุมคณะองคมนตรีประจำสัปดาห์ ซึ่งที่ประชุมไม่ได้นำประเด็นคำสัมภาษณ์ของพ.ต.ท. ทักษิณที่พาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงมาหารือ เพราะเห็นว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงที่ต้องเร่งทำให้เกิดความชัดเจน การจะให้ทำเนียบองคมนตรีหรือสถาบันเบื้องสูงออกมาดำเนินการไม่สามารถทำได้

แหล่งข่าวระบุว่า องคมนตรียังไม่ดำเนินการเรื่องนี้ แต่จะดูว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร แต่มองว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณออกมาพูดพาดพิงสถาบันเบื้องสูงทำให้ตนเองเสียเครดิตไปมาก คือยิ่งพูดก็ยิ่งเสีย ขณะนี้ยอมรับว่าทุกฝ่ายเหนื่อยใจ รัฐบาลต้องรีบดำเนินการ ปล่อยเฉยไม่ได้ หากปล่อยเฉยจะยิ่งทำให้สถานการณ์ดูย่ำแย่ ควรมีมาตรการออกมา

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงการให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่กล่าวพาดพิงสถาบัน ว่า ผบ.เหล่าทัพหารือกันแล้วว่าเป็นการกระทำที่ไม่บังควร ดังนั้น ต้องทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่าอย่าไปพูดต่อ เพราะเป็นเรื่องไม่บังควร เราต้องช่วยกันปกป้องและเทิดทูนสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้กับประเทศชาติ ส่วนการให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณรุนแรงกว่าทุกครั้งนั้น พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่าเขาดำเนินการอย่างไรก็รู้กันอยู่ ส่วนการเดินทางเข้ากัมพูชานั้น พ.ต.ท.ทักษิณต้องพิจารณาเอง เพราะเป็นอดีตนายกฯควรรู้ว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะ ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่มีความเคลื่อนไหวด้านทหาร แต่ติดตามสถาน การณ์อยู่ ไม่น่าเป็นห่วง

ทหารยันชายแดนยังสงบ

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมากัมพูชา ว่า แนวชายแดนยังเป็นปกติ ประชาชนทั้งสองประเทศยังค้าขายไปมาหาสู่กัน วันที่ 12 พ.ย. ที่หมู่บ้านภูมิซรอลจะแข่งขันกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา รวมถึงชาวบ้านทั้งสองประเทศ ไม่มีสถานการณ์ใดพิเศษ พล.อ.อนุพงษ์ไม่ได้สั่งการอะไร ไม่มีคำสั่งการพิเศษใดจากรัฐบาลเพิ่ม กองทัพจะปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบขั้นตอนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง สถาน การณ์ปัจจุบันเป็นเรื่องการเมือง เป็นหน้าที่รัฐบาลดำเนินการ ส่วนการทำหนังสือขอตัวพ.ต.ท. ทักษิณกลับมาดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพไม่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันพล.อ.ประ วิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว ให้โอวาทกำลังพลและทำความเข้าใจกับหน่วยในพื้นที่ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ระบุว่าการลดระดับความสัมพันธ์ของรัฐบาลเป็นเรื่องการทูต กองทัพไม่ต้องการให้กระทบเรื่องอื่นๆ นโยบายความสัมพันธ์ตามชายแดนยังเหมือนเดิม คือทหารจะไม่ใช้กำลัง ทั้งนี้วันที่ 11 พ.ย. กระทรวงการต่างประเทศเชิญโฆษกของทุกเหล่าทัพเข้ารับฟังการสรุปสถาน การณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการกำหนดท่าทีเกี่ยวกับกรณีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูงภายหลังการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท. ทักษิณ เพื่อทำความเข้าใจข้อมูลที่ตรงกัน

สภาถอนวาระไทย-เขมร

ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า สาเหตุที่สภาล่มเมื่อวันที่ 9 พ.ย. นอกจากฝ่ายค้านจะไม่เสียบบัตรนับองค์ประชุมแล้ว ยังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เข้าประชุม 20 คน มีรัฐมนตรีบางคนติดภารกิจนอกสภา ในวันนี้ตนจะหารือกับวิปรัฐบาล เพื่อขอความร่วมมือให้การประชุมเดินหน้าไปได้ คิดว่าการประชุมต่อไปคงไม่มีปัญหาและได้รับความร่วมมือจากฝ่ายค้านหลังจากถอนวาระบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพูชาแล้ว

เวลา 09.30 น. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา เป็นประธาน มีวาระพิจารณาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิ การเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 9 พ.ย. หลังจากรัฐบาลตกลงที่จะขอถอนบันทึกดังกล่าวออกไปก่อน แต่องค์ประชุมไม่ครบทำให้ไม่สามารถลงมติได้ จึงเลื่อนมานับองค์ประชุมในวันนี้

ก่อนเข้าสู่วาระ ประธานเปิดให้สมาชิกหารือ แต่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอให้นับองค์ประชุมทันที ขณะที่ส.ส.ประชาธิปัตย์ขอให้รอสมาชิกครบองค์ประชุมก่อน จึงเกิดการโต้เถียงกัน นายประสพสุขต้องพยายามไกล่เกลี่ยว่ายังไม่ได้เปิดประชุม กระทั่งเวลา 10.45 น. เริ่มเข้าสู่วาระ นายประสพสุข แจ้งว่ามีสมาชิกในห้อง 341 คน ถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นจึงลงมติ ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติให้ถอนบันทึกวาระบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพูชา ออกไปก่อน 314 ต่อ 35 เสียง งดออกเสียง 7 ไม่ลงคะแนน 20 เสียง

รัฐบาล-ฝ่ายค้านโต้เดือด

เวลา 11.00 น. นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากรอบการเจรจาเรื่องเขตพื้นที่ทางทะเลที่ไทย มาเลเซีย และเวียดนามอ้างสิทธิทับซ้อนกัน (ครม.เป็นผู้เสนอ) บรรยากาศตึงเครียดขึ้นเมื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายขอให้ยกเลิกเอ็มโอยูที่รัฐบาลไทยทำไว้กับกัมพูชา เมื่อปี 2543 สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เพราะทำให้ไทยเสียดินแดน จนมาถึงนาย กษิต ภิรมย์ เป็นรมว.ต่างประเทศ ทำให้ไทยเสียดินแดนให้กัมพูชา 250 เมตร ทั้งที่กองกำลังสุรนารีทำหนังสือมาถึง 9 ครั้ง แต่ไม่ดำเนินการ แต่วันนี้มาปลุกกระแสรักชาติ ชาตินิยม

ถึงช่วงนี้เริ่มมีการประท้วงกันดุเดือด ระหว่างนายอรรถพร พลบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กับนายจตุพร ทำให้นายชัย เชิญนายอรรถพรไปพักนอกห้อง 5 นาที จากนั้นนายจตุพร อภิปรายต่อแต่ถูกส.ส.พรรคประชา ธิปัตย์ประท้วงอีก ทำให้นายนที สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า วันนี้สภาเสียหายมาก ถ้าอยากประท้วงก็ไปประท้วงข้างนอกกับผมตัวต่อตัว ผมเป็นพระเอกมา 40 ปี ไม่อยากทำตัวเป็นผู้ร้าย

จากนั้นนายชัย ได้ตัดบทและยุติการอภิปรายของนายจตุพร และดำเนินการประชุมต่อไป ซึ่งการอภิปรายตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวโจมตีนายกษิต เป็นต้นเหตุให้เกิดความระหองระแหงกับเพื่อนบ้าน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายประท้วงกันไปมา

พท.โวยยื้อนับองค์ประชุม

ต่อมานายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายโดยพยายามจะอ่านพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาลกัมพูชามอบให้ แต่ส.ส.พรรคเพื่อไทยประท้วง

หลังอภิปรายนาน 3 ชั่วโมงครึ่ง นายกษิตได้ลุกขึ้นชี้แจง จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบกรอบการเจรจาเรื่องเขตพื้นที่ทางทะเลที่ไทย มาเลเซีย และเวียดนามอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกัน ด้วยคะแนน 327 ต่อ 2 งดออกเสียง 116 ไม่ลงคะแนน 14 เสียง และมีมติ 333 ต่อ 9 งดออกเสียง 62 ไม่ลงคะแนน 13 เสียง เห็นชอบตาม ครม.ให้ถอนร่างบันทึกข้อตกลงเพื่อการจัดตั้งศูนย์พลังงาน (BIMSTEC)

ต่อมาน.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ ส.ส.ลพบุรี วิป รัฐบาล เสนอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมขึ้นมาพิจารณาก่อน 10 เรื่อง ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่พอใจ ประธานจึงขอมติที่ประชุมว่าจะอนุญาตตามที่วิปรัฐบาลเสนอหรือไม่ แต่กดออดเรียกอยู่หลายรอบ ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่พอใจที่ประธานไม่ยอมขานผลนับองค์ประชุม นายประสพสุข จึงสั่งพักการประชุม 10 นาที ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยกรูเข้าไปทุบกระจกห้องเจ้าหน้าที่ควบคุมคอมพิวเตอร์ลงคะแนน แต่ไม่มีเหตุบานปลาย

ชัยเซ็ง-สั่งปิดประชุมดื้อๆ

ต่อมาเวลา 15.35 น. การประชุมเปิดขึ้นอีกครั้ง นายชัย ชิดชอบ ทำหน้าที่ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทยประท้วงว่าผลนับคะแนนมีผู้อยู่ในห้องเพียง 309 คน แต่ประธานไม่ขานผลและชิงสั่งพักประชุม ตนจะฟ้องประธานฐานปกปิดองค์ประชุม ขณะที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แย้งว่าแม้ผลคะแนนหน้าจอจะมีแค่ 309 คน แต่ยังมีสมาชิกทยอยกันเดินเข้าห้องประชุม ทำให้นาย สุนัย ไม่พอใจ ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนการปกปิดองค์ประชุมที่แท้จริง และขอให้เลขาธิการสภาทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง

นายชัย แย้งว่าหากมีปัญหาเกิดขึ้นอีก ตนจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ตราบใดที่ประธานยังไม่ได้ขานผลคะแนนก็ยังไม่มีผล และขอให้สมาชิกกดบัตรแสดงตนอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงประท้วงจากฝ่ายค้าน ผลปรากฏมีสมาชิกกดบัตรแสดงตน 333 คน ถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นนายชัย แจ้งสมาชิกด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า แม้ว่าจะครบองค์ประชุม แต่เพื่อรักษาบรรยากาศการประชุมที่ดี ผมขอปิดการประชุม จากนั้นได้กดออดปิดประชุมทันทีในเวลา 15.45 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมร่วมรัฐสภาตลอด 2 วัน เกิดปัญหาตีรวนเรื่ององค์ประชุมมาตลอด รวมถึงการพยายามโยงเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาจนเกิดการปะทะคารมกันอย่างดุเดือด ทำให้ประธานต้องสั่งปิดประชุมก่อนกำหนด จากที่ตกลงกันไว้ว่าจะปิดประชุมเวลา 22.00 น. ของทุกวัน

รบ.รับมือฝ่ายค้านป่วนแรง

หลังปิดประชุม วิปรัฐบาลจากพรรคประชาธิปัตย์แถลงตอบโต้ฝ่ายค้าน โดยนายธนิตพล ไชยนันทน์ เลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวว่า คาดว่าการประชุมวันที่ 11 พ.ย. ฝ่ายค้านจะป่วนแรงขึ้นอีก ดังนั้น วิปรัฐบาลจะมีมาตรการรุนแรงตอบโต้ จัดทีมนั่งคุมการประชุม ประท้วงผู้ที่พูดนอกประเด็นโดยใช้ข้อบังคับ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ วิปรัฐบาล กล่าวว่า รัฐบาลตรวจสอบองค์ประชุมอยู่ตลอด ก่อนปิดประชุมพบว่ามีเสียงส.ส.อยู่ในห้อง 333 เสียง มั่นใจว่าเสียงรัฐบาลไม่หายหรือโกง แต่อาจเกิดปัญหาขัดข้อง เสียบบัตรไม่ติดหรือบางคนเสียบบัตรไม่ทัน

ขณะที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย นายสุนัย จุลพงศธร นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล และนายวุฒิพงษ์ ฉายแสง แถลงว่า วันที่ 11 พ.ย. ส.ส.พรรคจะไปแจ้งความที่สน.ดุสิต ดำเนินคดีกับนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนฯ และนายประสพสุข บุญเดช ที่ทำหน้าที่ประธานประชุม ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากนายประสพสุข ไม่แจ้งตัวเลขผู้ที่อยู่ในห้องประชุม และสั่งพักการประชุมทันที

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้นายกฯ นำเรื่องปัญหาไทย-กัมพูชากลับเข้าสู่รัฐสภา โดยจะตั้งกระทู้สดถามรัฐบาลในสัปดาห์นี้ รวมทั้งจะขอเปิดอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 179

อัยการเดินหน้าขอตัวแม้ว

นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ภายหลังพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงกัมพูชาว่า อัยการได้รับการประสานจากกระ ทรวงการต่างประเทศ เรื่องทำหนังสือขอส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งสำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุดทำคำร้องและรายละเอียดเอกสารหลักฐานสำคัญเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนเสนอให้รองอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ประสานงานกลางที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดเห็นชอบ คาดว่าภายในวันนี้จะส่งให้กระทรวงการต่างประเทศเพื่อส่งหนังสือขอ ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ไปยังรัฐบาลกัมพูชา ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทย-กัมพูชาต่อไป

นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากกระทรวงการต่างประเทศส่งหนังสือไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้ว ต้องรอดูว่ารัฐบาลกัมพูชาจะมีท่าทีอย่างไร คาดว่าใช้เวลาไม่นาน หากทางการกัมพูชาไม่ยอมส่ง ตัวพ.ต.ท.ทักษิณตามที่ร้องขอ ขึ้นอยู่กับรัฐ บาลไทยว่าดำเนินมาตรการอย่างไร ซึ่งต้องมีมาตรการหลายอย่างตามขั้นตอน ทั้งนี้ อัยการจะดำเนินการทุกอย่างให้ครบถ้วน ตามขั้นตอนสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

เผยคืบหน้าคดียึด7.6หมื่นล.

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดียึดทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ไต่สวนพยานปากสุดท้ายของฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ โดยวันนี้ทนายความพ.ต.ท.ทักษิณนำพยานเข้าไต่สวนเพียง 1 ปาก คือ นายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และอดีตประธานอนุ คตส.พิจารณาข้อกล่าวหากรณีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ซึ่งทนายความได้ซักถามจนจบประเด็น แต่เนื่องจากฝ่ายอัยการไม่อาจซักค้านได้ทันกำหนดเวลา ศาลจึงกำหนดให้อัยการซักค้านพยานปากนายวิโรจน์ ซึ่งเป็นพยานร่วมของทั้งฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ และอัยการ อีกครั้งวันที่ 17 พ.ย. ขณะที่ให้อัยการ ผู้ร้องจะนำพยานเข้าไต่สวนครั้งแรกวันที่ 12 พ.ย. เวลา 09.30 น. ซึ่งคณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดี เตรียมนำนายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคตส.เข้าเบิกความเพียงปากเดียว

นายกิตติพร อดุลรัตน์ ทีมทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องรอดูการไต่สวนพยานฝ่ายอัยการ ส่วนการไต่สวนพยานของพ.ต.ท.ทักษิณเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งการไต่สวน พยานฝ่ายอัยการคาดว่าคงใช้เวลาถึงต้นเดือน ธ.ค.นี้

พธม.นัดชุมนุม15พ.ย.

เวลา 12.30 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ แกนนำพันธมิตรฯ แถลงข่าวนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 15 พ.ย. เวลา 16.00 น. บริเวณท้องสนามหลวง และเดินขบวนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อแสดงพลังแผ่นดินปกป้องเกียรติภูมิของชาติอย่างสันติ หลังรัฐบาลกัมพูชาแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ และการให้สัมภาษณ์ไทมส์ออนไลน์ในลักษณะหมิ่นสถาบัน

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้ากัมพูชาเรียบร้อยแล้ว เพื่อรับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐบาลฮุนเซน จึงขอเรียกร้องรัฐบาลเร่งใช้สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ขอตัวมาดำเนินคดีตามกฎบัตรประชาคมโลก เพราะการใช้มาตรการยกเลิกเอ็มโอยูพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไม่เพียงพอ จำเป็นต้องดำเนินคดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ ในข้อหาหมิ่นพระ บรมเดชานุภาพ

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้เพื่อนทหารออกมาปกป้องสถาบันตามหน้าที่แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ส่วนการชุมนุมจะไม่มีการตั้งหลักปักฐาน แต่เป็นการรวมพลังเพื่อแสดงเจตจำนง และยืนยันว่าจะไม่พูดคุยกับพล.อ.ชวลิต หากส่งคนมาติดต่อและไม่พร้อมหารือด้วย เพราะพล.อ.ชวลิตสังกัดพรรคเพื่อไทย เลือกข้างชัดเจนแล้ว

แม้วขอพระราชทานอภัยโทษ

เวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวในรายการวิทยุผ่านทางเว็บไซต์ ทักษิณไลฟ์ดอทคอม ว่า กราบขอโทษประชาชน และกราบขอพระราชทานอภัยโทษที่การสัมภาษณ์ของตนในไทมส์ออนไลน์ ซึ่งพาดหัวข่าวได้เลวมาก ทำให้เกิดการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ทำให้ประชาชนเสียความรู้สึก ตนส่งหนังสือประท้วงแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง และให้คนที่ประสานงานมาไปทำความเข้าใจ เขาบอกว่าอีก 1-2 วันเขาจะแก้ไขและลงขอโทษ

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ก่อนเดินทางมากัมพูชา ได้ทำพิธีไหว้บูรพกษัตริย์ของคนไทย ขอให้ในหลวงมีพระชนมายุยืนนาน ได้ทำพิธีที่บ้านที่ดูไบ ขอร้องว่าถ้าจะโจมตีกัน อย่านำเรื่องเหล่านี้มาโจมตี

ผมไม่มีวันทรยศต่อชาติและราชบัลลังก์เด็ดขาด หากผมไม่จงรักภักดีขอให้ประชาชนมารุมกระทืบได้เลย พร้อมกรีดเลือดให้ดูว่าไม่ใช่คนอย่างนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวและว่า ส่วนที่กัมพูชาตั้งตนเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ตนก็ภูมิใจและจะนำโครงการพระราชดำริไปเผยแพร่ให้คนกัมพูชาหายจน คนอย่างตนจะไม่มีทางทำให้ชาติเสียหายหรือเอาความลับมาขาย ไม่ต้องวิตกว่าจะเลวอย่างนั้น เราต้องมาพูดคุยกันดีๆ แต่ถ้าเอาผีบ้ามาเป็นรัฐมนตรีก็จะเป็นอย่างนี้

อ้างเล่นลิ้นสู้มาร์คไม่ได้

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลไทยเอาความเป็นปฏิปักษ์กับตนมากเกินไปมาใช้กับทางการทูต จนคนเขาหัวเราะกันแล้ว วันนี้รัฐบาลยึดเครื่องราชฯ ถอดยศ ยึดพาสปอร์ต และยังตามไล่ล่า แทนที่จะเอาเวลาไปสร้างเครดิตให้ประเทศ ถ้ามั่นใจ อยากเป็นนายกฯสง่างาม ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เพราะวันนี้ไปปล้นเขามา เป็นนายกฯเดินทางไปต่างจังหวัดก็ไม่ได้ ไปทีใช้ 5 พันคนไม่สง่างาม ตั้งต้นใหม่ให้ประเทศก้าวหน้ากว่านี้

ขอเรียกร้องคุณอภิสิทธิ์ อย่าแสดงว่าตนเองจงรักภักดีเหนือผม เกิดอังกฤษ โตอังกฤษ ไม่เกณฑ์ทหาร ประวัติมันสั่งสม คุณเล่นลิ้นเก่งกว่าผม วันนี้สำคัญอย่าผูกขาดความจงรักภักดี อย่าผูกขาดความรักชาติ ผมรักบ้านเกิด รักพระเจ้าอยู่หัว รักคนไทยทุกคน ไม่ได้คิดที่จะทำอะไรไม่ดี อย่ามาเล่นลิ้น ภาษาอังกฤษผมไม่ดีเท่าคุณอภิสิทธิ์ ความฉะฉานในการตอบสู้ไม่ได้ แต่หัวใจผมไม่แพ้คุณ วันนี้ไม่จำเป็นต้องแข่งเรื่องนี้ แต่แข่งทำงานให้บ้านเมือง ทำให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันดีกว่า ถ้าคุณอภิสิทธิ์เลิกอาฆาตผม บ้านเมืองคงดีกว่านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว




ที่มา : ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ข่าวสด  

แสนดีเจริญรุ่งเรือง


2009-11-11 08:52:52 203.155.220.***
stat : 291 posts , 0 replys
 

คำตอบ
 
ข้อความ
รูปแบบพิเศษ ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา แทรกรูปจาก internet แทรกไฟล์ youtub vdo
Emotions
ชื่อ
email
ซ่อน E-Mail
.
สมัครสมาชิก Click ที่นี่ | เข้าสู่ระบบ Click ที่นี่




User :
Pass :
ลืมรหัสผ่าน

 
 
© Copyright 2007 SIAM-SHOP.COM All Rights Reserved.